7 อันดับ สัตว์หายาก ที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน!

7 อันดับ สัตว์หายาก ที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน!

โลกที่เราอาศัยอยู่นั้นมันช่างกว้างใหญ่ไพศาล และมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ร่วมกันมากมายหลากหลายชนิด ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจมีสิ่งมีชีวิตที่เราไม่เคยพบเจอกันมาก่อน และไม่เคยคิดว่าในโลกของเราใบนี้จะมีสิ่งมีชีวิตแปลก ๆ เหล่านี้อาศัยอยู่ด้วย ซึ่งในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปชมกับ 7 สัตว์หายาก ที่มีหน้าตาแปลกประหลาด ลองไปดูกันซิว่าจะมีสัตว์ชนิดไหนกันบ้าง? ตามไปดูกันดีกว่าเลยค่ะ

7 อันดับ สัตว์หายาก ที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน!

1. มังกรน้ำเงิน (The Blue Dragon)

สัตว์ที่ถูกเรียกว่า Glaucus atlanticus เป็นสัตว์จำพวกหอยและปลิง ที่หาพบได้ยากที่สุด และ มีความสวยงามมากที่สุดในโลกชนิดหนึ่งเลยก็ว่าได้ ตัวมันจะไม่ใหญ่มากประมาณ 3-4 เซนติเมตร เท่านั้นเอง

รูปร่างหน้าตาก็อย่างที่เห็น เหมือนมังกรในเทพนิยาย หรือ การ์ตูนเลยทีเดียว มันกินสัตว์มีพิษขนาดเล็กเป็นอาหาร โอกาสที่จะเจอมันตัวเป็น ๆ นั้นยากมาก ๆ เลยล่ะค่ะ ต้องรอจังหวะที่ลมพัดเข้าหาฝั่ง ประจวบกับตอนมันมากินเหยื่อใกล้ ๆ แล้วถูกน้ำพัดเข้ามาเท่านั้นเอง

มังกรน้ำเงิน

 2. จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน (Axolotl)

จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน (Mexican Axolotl) เมื่อโตเต็มที่สามารถมีความยาวถึง 30 เซ็นติเมตร แต่ทั่วไปจะมีขนาดประมาณ 15 เซ็นติเมตร และมีสีดำ และจุดสีน้ำตาล แต่ก็มีพวกสีเผือก จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน (Mexican Axolotl)

เมื่ออยู่ตามธรรมชาติมีอายุประมาณ 15 ปี พวกมันกิน พวกหอย หนอน ตัวอ่อนแมลง ลูกปลาซึ่งในสมัยก่อนจิ้งจกน้ำเม็กซิกัน (Mexican Axolotl) ถือว่าเป็นผู้ล่าอันดับต้นๆของห่วงโซ่อาหารในแหล่งน้ำทีเดียว แต่ปัจจุบันพวกมันถูกลุกลานจากปลาใหญ่ที่คนนำมาปล่อย หรือเพาะเลี้ยง และนกนักล่าจำพวกนกกระสา ( Heron )

มีถิ่นที่อยู่อาศัย Xochimilco ใกล้กับเมือง เม็กซิโกซิตี้ (Mexico City) ประเทศ Mexico เนื่องจากพวกมันเป็นที่นิยมทั้งในเม็กซิโกเอง และเป็นที่ต้องการของตลาดซื้อขายสัตว์น้ำทำให้มันถูกล่า และเป็นที่น่ากังวลว่าพวกมันอาดจะสูญพันธ์จากแหล่งน้ำในธรรมชาติอีกชนิดหนึ่ง

จิ้งจกน้ำเม็กซิกัน

3. เสือดาวหิมะ

เสือดาวหิมะนั้นเป็นสัตว์ป่าที่หายาก และใกล้ศูนย์พันธุ์ ลักษณะของเสือดาวหิมะนั้น มีขนที่ยาวและหนาแน่น สีของขนนั้นมีสีเทาอมเหลือง บริเวณสีข้างนั้นจะอมเหลืองจางๆ มีลายดอกเข้มทั่วทั้งตัว คล้ายกับเสือดาว

ลายของเสือดาวนั้นช่วยทำให้มันกลมกลืนกับสภาพอากาศแวดล้อมนั้นเอง บริเวณคาง อก และท้องนั้นเป็นสีขาวไม่มีลาย น้ำหนักโดยเฉลี่ยของเสือดาวหิมะเพศผู้นั้นประมาณ 44 – 55 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียนั้นน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 35 – 40 กิโลกรัม เสือดาวเพศเมียนั้นจะออกลูกครั้งล่ะประมาณ 2 ตัว ทุก ๆ 2 ปี เพียงเท่านั้น

เสือดาวหิมะ

4. ปูเยติ (Yeti Crab)

มีลักษณะ ขนสีขาวปกคลุมบริเวณ ก้าม และขาของปู ซึ่งทำให้มันเหมือนกับตัวเยติ (Yeti) แห่งยอดเขาฮิมาลัย (Himalaya) ซึ่งเป็นที่มาขอชื่อ ” ปูเยติ ” ซึ่งทำให้มันไม่เหมือนกับสี่งมีชีวิตอื่น ๆ มันถูกค้นพบในทะเลลึก ของมหาสมุทรแปซิฟิก (South Pacific) ห่างไปทางใต้ของเกาะอีสเตอร์ 1500 กิโลเมตร ในน่านน้ำของประเทศชิลี

ปูเยติ

5. ปลาพระอาทิตย์ (Ocean sunfish)

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า โมลา โมลา (mora mora) เป็นปลาขนาดใหญ่ที่มีลักษณะแปลกมาก ๆ ลำตัวของมันนั้นมีรูปร่างเป็นทรงกลม ส่วนหัวมีขนาดใหญ่มากจนดูเหมือนว่าหัวคือทั้งตัว ขณะที่ครีบมีขนาดสั้นมาก แลดูคล้ายคล้ายครีบของฉลามยังไงยังงั้น จึงทำให้พวกมันว่ายน้ำได้ช้า ปากของมันมีลักษณะเหมือนปากนกแก้ว และอ้าค้างอยู่ตลอดเวลา พวกมันเป็นปลาที่บังคับทิศทางได้แย่สุดๆ เพราะว่าไม่มีครีบหางเหมือนปลาทั่วไป จึงเป็นเหตุให้พวกมันมักจะว่ายไปชนเรือลำใหญ่ ๆ อยู่บ่อยครั้ง และเวลาถูกล่าก็มักจะหนีไม่ทันต้องกลายเป็นเหยื่อของแมวน้ำทุกทีเลย

ปลาพระอาทิตย์

6. ค่างจมูกเชิดตังเกี๋ย

จัดเป็นค่างขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง โดยตัวผู้มีความยาวลำตัวและหัวประมาณ 65 เซนติเมตร ความยาวหาง 85 เซนติเมตร ในขณะที่ตัวเมีย 54 เซนติเมตร และมีความยาวหาง 65 เซนติเมตร ตัวผู้มีน้ำหนัก 14 กิโลกรัม ตัวเมีย 8.5 กิโลกรัม

มีลักษณะเด่นคือ ขนที่บริเวณหัวไหล่ แขนด้านนอก หลังโคนขามีสีน้ำตาลเข้มถึงดำ ส่วนล่างของลำตัวมีสีเหลืองอ่อน ใบหน้ามีสีฟ้า ริมฝีปากสีชมพู หางยาวสีขาว ลูกที่เกิดใหม่ขนตามลำตัวจะเป็นสีขาวหรือเทาอ่อน ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อโตขึ้นตามวัย ค่างจมูกเชิดตังเกี๋ย พบได้เฉพาะทางตอนเหนือของเวียดนามเท่านั้น

โดยอาศัยอยู่ตามป่าทึบตามเทือกเขาหินปูน ที่มีความสูงตั้งแต่ 200-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล อาหารหลักได้แก่ ผลไม้, ใบไม้ และเมล็ดพืช ออกหากินในเวลากลางวัน อาศัยอยู่กันเป็นฝูงประมาณ 25 ตัว จากการศึกษาพบว่ามีเสียงร้องที่ดังมาก และปัจจุบันพบว่ามีจำนวนประชากรเหลือเพียงไม่เกิน 250 ตัวเท่านั้น

ค่างจมูกเชิดตังเกี๋ย

7. โลมาอิรวดี (Irrawaddy dolphin, Ayeyarwaddy dolphin)

โลมาอิรวดี หรือ โลมาหัวบาตรมีครีบหลัง เป็นโลมาชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์โลมามหาสมุทร (Delphinidae) รูปร่างหน้าตาคล้ายโลมาทั่วไป แต่มีลักษณะเด่นคือ หัวที่มนกลมคล้ายบาตรพระ ลำตัวสีเทาเข้ม

แต่บางตัวอาจมีสีอ่อนกว่า ตามีขนาดเล็ก ปากอยู่ด้านล่าง ครีบข้างลำตัวแผ่กว้างเป็นรูปสามเหลี่ยม ครีบบนมีขนาดเล็กมาก มีรูปทรงแบนและบางคล้ายเคียว มีขนาดประมาณ 180-275 เซนติเมตร โลมาอิรวดีออกลูกครั้งละ 1 ตัว ตั้งท้องนาน 9 เดือน ลูกที่เกิดมามีขนาด 40 % ของตัวโตเต็มวัย อาหาร ได้แก่ กุ้ง ปลา และหอยที่อยู่บนผิวน้ำและใต้โคลน ถิ่นที่อยู่อาศัยมีการกระจายอย่างกว้างขวางในมหาสมุทแปซิฟิก, มหาสมุทรอินเดีย, อ่าวไทย

มักพบเข้ามาอยู่ในแหล่งน้ำกร่อยและทะเลสาบหรือน้ำจืด เช่น บริเวณปากแม่น้ำ โลมาอิรวดีบางกลุ่มอาจเข้ามาอาศัยอยู่ในแม่น้ำสายใหญ่ ๆ ด้วย เช่น แม่น้ำโขง และทะเลสาบเขมร ในปี พ.ศ. 2459 มีรายงานว่าพบอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา และเคยมีผู้จับได้ที่คลองรังสิต ในเขตปริมณฑลของกรุงเทพมหานครอีกด้วย โลมาอิรวดีจัดว่าเป็นสัตว์ที่อยู่สถานภาพจัดอยู่ในบัญชีประเภทที่ 1 ของไซเตส (Appendix I) คือ ห้ามซื้อขาย ยกเว้นมีไว้ในการศึกษาและขยายพันธุ์เพียงเท่านั้น

โลมาอิรวดี

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 7 สัตว์หายากที่เราได้รวบรวมมาฝากเพื่อน ๆ กันในวันนี้ เมื่อเพื่อน ๆ ได้ชมกันไปแล้ว ลองมาเช็คลิสกันดูซิว่า มีสัตว์ชนิดใดบ้าง ที่เพื่อน ๆ เคยเห็นมาแล้วหรืออาจจะไม่เคยเห็นกันมาก่อน เมื่อเพื่อน ๆ ได้ชมกับสัตว์เหล่านี้กันไปแล้วคงทราบกันดีว่า สัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์ที่กำลังจะสูญพันธุ์ ดังนั้นเราทุกคนควรร่วมมือกันอนุรักษ์สัตว์เหล่านี้ให้อยู่ร่วมกับเราไปนาน ๆ นะคะ

บทความที่น่าสนใจกับ ส่องประวัติ “ไบร์ท วชิรวิชญ์” หนุ่มหน้าใส ที่กำลังมาแรง และ แนะนำ 10 เกมส์แนวซอมบี้ เอาตัวรอด ที่คุณไม่ควรพลาด !!